ความตื่นเต้น ของการจับคู่เต้นระหว่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา ในคอนเสิร์ต The Real NADECH Concert กลายเป็นประเด็นสังคม ที่สื่อพาดหัวข่าวกันอย่างสนุกสนานเช่น “ร้อนแรง” “แดนซ์ถึงพริกถึงขิง” “สเต็ปร้อนแรงแนบเนื้อ” “แดนซ์นัวเนีย” และ “ร้อนฉ่าทุกองศา” นำมาซึ่งคำวิจารณ์จากสาธารณะชนมากมาย

จากพาดหัวข่าว จะเห็นได้ว่า สื่อที่นำเสนอข่าวใส่ความรู้สึกเต้นตูมตาม เหมือนเกิดมาไม่เคยเห็นการเต้นมาก่อน ทั้งๆ ที่รอบปีที่ผ่านมา ได้มีปรากฎการณ์ของ ลำไย ไหทองคำ ที่สังคมรุมวิจารณ์กันอย่างถล่มทะลาย ถึงขั้นนายกรัฐมนตรี ยังต้องเปรยว่า ให้ท่าเต้นเพลาๆ ลงหน่อย.. หรือลีลาการเต้นและการแต่งตัวของนักร้องลูกทุ่งเช่น ใบเตย ในเพลง “Burn It Down” จนทั้งบ้านทั้งเมืองต้องตามหา “เพลงที่มีงูออกมา” กันจ้าละหวั่น และรุมถล่มกันอย่างคะนองปาก

ในแง่ของการออกแบบท่าเต้น หรือ choreography ลีลาแดนซ์คู่ระหว่าง ณเดชน์ และญาญ่า ในเพลง “Versace on the Floor” แม้ว่านักแสดงทั้งสองคน ทำได้อย่างลื่นไหล ได้สีสันและอารมณ์ของดนตรี แต่ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ การแต่งตัวที่สื่อถึงความเซ็กซี่ รวมไปถึง routine ท่าเต้นต่างๆ ไม่ได้ “ล่อแหลม” จนต้องปิดตา

Dance คือการแสดงออกทางอารมณ์ผ่านการเคลื่อนไหวของร่างกาย เป็นการตอบสนองต่อจังหวะ ต่อเนื้อร้องของเพลง การตอบสนองต่อเสียงและจังหวะในคนทั่วไปที่ไม่แดนซ์ คือการขยับขา หรือโยกหัว หรือส่ายเอวเมื่ออยู่บนฟลอร์ในคลับ แต่การขึ้นเวทีแสดง dance เป็นศิลปะผสมกับศาสตร์ จึงต้องมีการฝึกฝนร่างกายให้ยืดหยุ่น คล่องแคล่ว สามารถแสดงท่าทางที่ต่างจากการเคลื่อนไหวในยามปกติ ทรงตัวนิ่ง หรือเปลี่ยนท่าฉับพลันให้เป็นหนึ่งเดียวกับดนตรี และสอดคล้องกับ อารมณ์ เนื้อหา และบรรยากาศของดนตรี

ในบรรดาสไตล์การเต้นที่ถือว่า sexy อันมีรูปแบบสากลของโลก ซึ่งเรียกว่า ballroom dancing นั้น แต่ละสไตล์มีแนวทางที่สื่อความหมายทางอารมณ์ และสไตล์ส่วนมากต้องการสื่อถึงอารมณ์รัก ความใกล้ชิด อันเป็นสัญชาติญาณธรรมชาติของมนุษย์ Tango เป็นการลีลาศที่มีการแนบเนื้อแนบตัวระหว่างคู่เต้นอย่างมาก แม้ดนตรีจะไม่เร่งรีบ Rumba มีฉายาว่า Dance of Love ซึ่งหมายถึง การพลอดรักด้วยภาษากาย Mambo ใช้ท่าทางเย้ายวนคู่เต้น อย่างตรงไปตรงมา ลีลาการเต้นสะท้อนอารมณ์เซ็กซี่ด้วยการขยับสะโพกอย่างเร้าร้อน Merengue ก็สื่อถึงความรู้สึกด้วยการโยกย้ายสะโพก และเหนี่ยวรั้งคู่เต้นไว้แนบตัว

แดนซ์ในระดับการแสดงบนเวที ผสมผสานศิลปะลีลาศหลากหลายสไตล์เข้าด้วยกัน ในการออกแบบท่าเต้น นอกเหนือจากอิทธิพลของลาตินแดนซ์เช่น Samba, Cha-cha และ Salsa แล้วยังรวมถึงคลาสสิคบัลเลต์ด้วย เป็นการผสมผสานเพื่อให้เกิดความหลากหลาย เพิ่มความตระการตา เร้าใจ ต่อผู้ชม โดยมีจุดประสงค์ที่จะถ่ายทอดเนื้อหาของดนตรีให้ผู้ชมเข้าใจได้ไปพร้อมกัน

Versace on the Floor เพลงดังถล่มโลกของ Bruno Mars มีเนื้อร้องที่พูดถึงอารมณ์รักและพิศวาท ที่ร้อนแรงของคู่รักในขณะเต้นรำกัน และต้องการความใกล้ชิดที่ไม่มีอะไรขวางกั้น เมื่อเราเปลือยอารมณ์ต่อกันแล้ว แฟชั่นชั้นดี ก็ไม่ควรจะเป็นอุปสรรค…

Underneath the chandelier, we’re dancin’ all alone

Life’s a dance you learn as you go

Sometimes you lead, sometimes you follow

Don’t worry about what you don’t know Life’s a dance you learn as you go.

สาเหตุที่ทำเป็นการแสดงชุดนี้เป็นประเด็นขึ้นมา คือความไม่แยกแยะ ระหว่าง entertainment และค่านิยมอนุรักษ์ แม้ว่าผู้เต้นทั้งคู่ ไม่ได้ถอดเสื้อผ้าออกตามเนื้อเพลง แตท่าเต้นที่สื่อถึงความปรารถนาที่จะแนบชิด อาจทำให้ผู้ชมและสื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง เกิดจินตนาการเตลิด จนล่องลอยไปไกล หลุดพ้นจากเวที จนหมดความสามารถในการรับรู้เรื่องดนตรี พลวัตร และการสื่ออารมณ์ของแดนซ์

ย้อนไปในปี 1992 นักร้อง John Michael Montgomery มีซิงเกิ้ลฮิต ชื่อ “Life’s a Dance” เนื้อเพลง เปรียบเทียบชีวิตว่าเหมือนการเต้นรำ ที่เราต้องค่อยๆ เรียนรู้ และในการเต้นรำคู่นั้น บางครั้งเราเป็นคนนำ บางครั้งเป็นคนตาม และไม่ต้องกังวลในสิ่งที่เราไม่รู้ เพราะชีวิตก็เหมือนการเต้นรำ ที่เราจะค่อยเรียนรู้ไป นั่นย่อมหมายถึงโลกทัศน์ที่เพิ่มขึ้น การไตร่ตรองและความสามารถในการแยกแยะก็จะดีขึ้นเช่นกัน

Life’s a dance you learn as you go

Sometimes you lead, sometimes you follow

Don’t worry about what you don’t know

Life’s a dance you learn as you go.


LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here