การซื้อภาพเขียน อุลตร้าพุทธรูป ซึ่งเป็นงาน “ทดลองตีความเพื่อหาเแรงบันดาลใจ” (experiment & inspiration) ของนักศึกษา ทำให้งานนั้นกลายเป็นสมบัติส่วนตัว คนอื่นต้องรู้ขอบเขต.. จะมองว่าเงินจากการขายภาพได้มาจากความดี เรื่องของผลกรรม ก็ได้

ปัญหาของสังคมคือ การแสดงตัวตนนั้น มีลักษณะทั่วๆ ไป 3 อย่างคือ

1. ความเห็นส่วนตัว รู้มาแบบนี้ จะเอาอย่างนี้

2. โลกทัศน์และความรู้เกี่ยวกับศาสตร์ในแต่ละสาขา

3. ความสามารถในการรับรู้ เรียนรู้ ในสิ่งที่ไม่รู้

ใช้ลักษณะใด ก็บอกตัวตนไปตามนั้น….

พ็อพอาร์ต เป็นแนวศิลปะที่สำคัญของศตวรรษที่ 20 ผู้ที่เรียนศิลปะลึกกว่าเรียนไว้วาดรูปสนุกๆ เรียนในหลักสูตรที่ดี จะได้รู้จัก Andy Warhol, Roy Lichtenstein, Jasper John, Richard Hamilton และอีกหลายสิบท่าน ที่ได้สร้างแรงบันดาลใจและแนวทางให้กับศิลปินรุ่นต่อๆ มาจนถึงปัจจุบัน

Pop Art สร้างขึ้นจากการรับรู้ในเชิงจิตวิทยาและสังคมศาสตร์ อันได้แก่ ลัทธิบริโภคนิยม (Consumerism) พาณิชย์นิยม (Commercialism) สภาพในสังคมที่เป็นอุตสาหกรรมนิยม (Industrialism) และวัฒนธรรมร่วมสมัย (pop culture) อื่นๆ เช่น แฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ อาหาร ดารา

การ “สำรวจ” ความเป็นบริโภคนิยม และอุตสาหกรรมนิยม ล้วนสะท้อนถึงการมองในเชิงพุทธ เพราะบริโภคนิยมหมายถึงวัตถุนิยม อันเป็น “ภวตัณหา” การได้ใช้ของแบรนด์ การได้กินหรู การได้มีความสะดวกสบายในชีวิต ไม่ใช่เป็นเพียงความ “อยากมี” หรือกิเลส ตัณหาเท่านั้น แต่ยังเป็นการ “แสวงหาตัวตน” ต้องการสร้างตัวตนผ่านแบรนด์เช่น ลุย วิตตอง หรือกุชชี่ หรือไลฟสไตล์ ขับรถซุปเปอร์คาร์ หรือกินกาแฟชะมดแก้วละพันกว่าบาท

ซุปเปอร์ฮีโร่ เป็น pop culture ที่เกิดขึ้นจาก escapism ความต้องการหลบหนีจากความจริงในชีวิตรอบตัว ดังนั้นจึงสร้าง “ผู้ที่มีอำนาจเหนือมนุษย์” ขึ้นมา ไม่ว่าจะ Batman, Wonder Woman, Superman, Spider Man, Captain America และ Ultraman ตัวละครซุปเปอร์ฮีโร่ เหล่านี่ล้วนแต่มีหน้าที่ปราบอธรรมให้สะใจชาวโลก ซุปเปอร์ฮีโร่ สนองต่อจิตสำนึกของมนุษย์ ที่ปรารถนาพลังพิเศษในการเอาชนะอุปสรรคและศัตรู

ไม่มีเหตุการณ์ใด เกิดขึ้นเป็นเอกเทศ (isolated situation) เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม ไม่ได้หล่นมาจากฟ้าข้ามคืน ทุกอย่างเกี่ยวข้องกัน ปรากฎการณ์ทางสังคมเป็นผลกระทบจากความเป็นไปในสังคม ศาสนาพุทธรอบตัว มีอะไรบ้างที่ต้องถูกวิจารณ์ ไม่ว่าจะผ่านตัวหนังสือ หรือภาพ สงฆ์เสพย์เมถุน ทั้งกับหญิงและชาย มัวเมาในสุราและยาเสพย์ดิต มีพฤติกรรรมก้าวร้าว และสร้างฐานะกันอย่างมั่งคั่ง วัดพุทธมีอิทธิพลจนภาครัฐยังไม่สามารถควบคุมได้

เหตุการณ์หลายๆ อย่าง สังคมแค่คอมเมนท์ ด่าไปชั่ววูบแล้วก็ผ่านไป ทั้งๆ ที่ทุกอย่างเชื่อมโยงกับความเสื่อมถอยต่อการรับรู้เรื่องศาสนาพุทธ

งานที่จัดแสดงขึ้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะเปลี่ยนลักษณะของรูปบูชา เป็นการตีความส่วนตัว ที่มาจากการมองเห็นความเป็นไปในสังคม ผนวกกับความรู้ในเชิงวิชาการของ Pop Art ท้ายสุดแล้วผู้ที่เข้าใจ ก็อาจซื้อเก็บไว้ดูเอง ประดับบ้าน หรือเก็บในคอลเลคชั่นศิลปะ ส่วนผู้ที่ไม่เข้าใจ อาจจะเชื่อว่าศิลปคือภาพวาดข้างรถบรรทุกหรือรถบัส ก็เป็นรสนิยมส่วนบุคคล

และรูปบูชา ไม่ได้มีลักษณะตายตัว แต่เป็นไปตาม รสนิยมและการยอมรับ มีการสร้าง Baby Buddha ขึ้นมาเป็นแฟนตาซี เพราะพระพุทธเจ้าทารกมีไม่ได้ พระพุทธเจ้าใช้เวลากี่สิบปีก่อนตรัสรู้… เบบี้บุดด้า ก็ไม่ได้นิยมกันเป็นกระแสหลัก เพราะชาวพุทธส่วนใหญ่ ไม่ยึดติดกับแฟนตาซีชุดนี้ เบบี้บุดด้า จึงกลายเป็นสินค้าที่ระลึก ไว้ซื้อเป็นของขวัญจากการเดินทาง นำไปวางตกแต่งบ้านแบบน่ารัก

พระพุทธรูปในอินเดีย ของชนท้องถิ่น ก็ไม่ได้มีลักษณะอย่างที่พุทธไทยคุ้นเคย บ้างดูเป็นตุ๊กตาของที่ระลึก หรือรูปปั้นโบราณ รูปลักษณ์มีทรงผม แต่งองค์ทรงเครื่องต่างกันไป อีกทั้งยังมีอวตารของพระพุทธเจ้ามากมาย

การอ้างว่า พระพุทธชินราช คือภาพลักษณ์ที่เหมือนพระพุทธเจ้าอย่างที่สุดแล้ว เป็นความคิดที่มาจากจินตนาการจับต้องไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นประติมากรรมของพระพุทธเจ้าในอินเดีย หรืองานจากฝีมือของประติมากรกรีก ล้วนเป็นลักษณะสมมติ ลักษณะสมมติก็ยังรวมไปถึงการถ่ายทอดเรื่องราวของพระพุทธเจ้า ในภาพยนตร์อินเดียด้วย

การยึดมั่นใน “รูปสมมติ” แล้วปักใจว่า รูปบูชาจะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวของศรัทธา เป็นการปฎิเสธการเปลี่ยนแปลงของโลกและสรรพสิ่ง หรือ “อนิจจัง” ที่ศาสนาพุทธสอนไว้ รูปบูชาพระพุทธเจ้าจะเป็นเช่นไร เป็นเรื่องของอนาคต เป็นการตัดสินใจของพุทธศาสนิกชนในรุ่นต่อๆ ไป

การอ้างว่า เหตุการณ์อุลตร้าพุทธรูป จะเป็นแบบอย่างให้เกิดการสร้างภาพ หรือตีความในแบบลบหลู่ยิ่งขาดเหตุผล ประการแรกผู้สร้างภาพไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ในการสร้างผลงานตามที่ได้อธิบายไว้ในสื่อแล้ว ประการที่สอง พฤติกรรมที่สั่งคมจะทำตามใครสักคนไม่ได้เกิดขึ้นง่ายดายขนาดนั้น เช่นเดียวกับเรื่องอื่นๆ นับร้อยพัน ที่เกิดเป็นข่าว แต่ไม่ได้มีการลอกเลียน ทำตามกันจนกลายเป็นปรากฎการณ์จุดเปลี่ยน

ลุย วิตตอง เป็นสัญลักษณ์ของวัตถุนิยม แบรนด์นิยม (Brandism) และซุปเปอร์ฮีโร่ คือศาสดาที่เรายึดเป็นที่พึ่ง ที่จะปราบมาร ปราบตัณหา เป็นคำอธิบายจาก “การตีความใหม่” แนวพ็อพ อาร์ต ไม่ได้มองเห็นว่า การตีความเช่นนี้ จะทำให้เกิดการสร้าง พระพุทธรูปปางยอดมนุษย์ ให้ไปบูชากันทั่วประเทศ

ถ้าจะมองว่า ผู้เรียนศิลปะ กล้าท้าทายศรัทธาของชาวพุทธไทย ก็ต้องมองด้วยว่า บรรดาสงฆ์ และอลัชชีทั้งหลาย ที่ประพฤติตนผิดจากหลักพุทธศาสนา ทั้งการเสพย์เมถุนในผ้าเหลือง การเสพย์ยาเสพย์ติด การดื่มสุรา การทะเลาะวิวาท ท้าทายชาวพุทธหรือไม่ ทำในสิ่งที่เปิดช่องทางให้เกิดการ “วิพากษ์” ความเป็นพุทธ และนำไปสู่การตีความพลังแห่งธรรมะ ในเชิงจินตนาการได้

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีข่าวที่กระจายไปในโซเชียลมีเดีย ว่าด้วย รูปบูชา ที่มีชื่อว่า พระพุทธรูปปางสาวกอด มีลักษณะเป็นการเสพย์สังวาสโดยชัดเจน เกิดกระแสต่อต้านว่าเป็นการสร้างความลามกอนาจาร และทำให้ศาสนาแปดเปื้อน

ในกรณีนี้ บรรดา “ผู้อ้างว่ารู้” ก็ออกมาแถลงว่า “เป็นแนวคิดของลัทธิตันตระ….. พระพุทธรูปที่มีสีกาคร่อมอยู่นั้น คือ “พระอักโษภยะพุทธ” 1 ใน 5 พระพุทธเจ้า ตามคติความเชื่อของนิกายมหาญาณ ซึ่งนับถือพระพุทธเจ้า 5 องค์ รวมเรียกว่าว่า “พระธยานิพุทธะ” ไม่ใช่ “พระโคดมพุทธเจ้า” ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันที่นิกายเถรวาทในประเทศไทยเคารพนับถือ  และสีกาที่คร่อมอยู่คือ ศักติ หรือ ภรรยา ไม่ใช่การมั่วเซ็กซ์กับใครก็ได้….. พระในนิกายตันตระสร้างพระพุทธรูปที่มีสีกาเปลือยนั่งคร่อมบนตัก เพื่อสื่อความหมายถึงการตรัสรู้ โดยพระพุทธเจ้าเป็นสัญลักษณ์ของกรุณา ส่วนสีกาบนตักเป็นปัญญา การเสพสังวาสคือการผสานกันเป็นหนึ่งเดียว เป็นการตรัสรู้โดยสมบูรณ์ เป็นปางหนึ่งที่บูชากันโดยทั่วไปในหมู่คนที่นับถือนิกายนี้…..  ดังนั้นพระพุทธรูปปางดังกล่าวจึงมีความหมาย แฝงธรรมะไว้ ไม่ใช่ทำขึ้นด้วยความสัปดนหรือลามกจกเปรตที่ต้องการดูหมิ่นพระพุทธเจ้า”

ปัจเจกบุคคล ย่อมมีสิทธิที่จะยึดใน “ธรรมะ” จากประสพการณ์และสภาพแวดล้อมของตน ตีความ พุทธปรัชญา ด้วยองค์ความรู้ของตน และไม่ว่า “ข้อมูลอ้างอิง” จะเป็นจริงเท็จแค่ไหน ทุกคนก็สามารถมองเลยไปเมื่อได้รับรู้ หรือเห็นในสิ่งที่ไม่ชอบ ไม่ถูกจริต

แต่สิ่งที่ควรทบทวนคือ คำสอนในศาสนาพุทธ ชี้ให้ตระหนักถึง สติ ปัญญา เมตตา หากเข้าใจสิ่งเหล่านี้ จะประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยการใช้ ปัญญา ด้วยสติที่มองบริบทได้ชัด ว่าเป็นงานแสดงศิลปะ หรืองานพุทธบูชา และคงไม่ออกมาแสดงความเอาแต่ใจตนเอง หรืออวดความไม่รู้ได้อย่างมั่นใจ ไร้ความอาย ในแบบที่ฝรั่งพูดว่า Wise men talk because they have something to say; fools, because they have to say something… ผู้มีปัญญาพูดเพื่อถ่ายทอดสาระ ผู้เขลาพูดแค่ให้ได้พูด

#popart #ultraman #อุลตร้าแมน