Tom Hank ได้รับรางวัลออสการ์ไปแล้ว 2 ครั้งจาก Forest Gump และ Philadelphia ในปี 2020 นี้เขาได้รับการเสนอชื่อชิงออสการ์เป็นครั้งที่ 6 และเป็นครั้งแรกในสาขานักแสดงสมทบยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง A Beautiful Day in the Neighborhood

ตัวภาพยนตร์ ไม่ได้เป็นงานฟอร์มใหญ่ แต่เป็นเรื่องราวที่มีความผูกพันธ์ทางอารมณ์ต่อชาวอเมริกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ปูชนียบุคคลทางโทรทัศน์” นามว่า Mr. Rogers ผู้เป็นหัวใจสำคัญของภาพยนตร์

การรับบทเป็นบุคคลที่มีตัวตนในโลกจริง มักจะได้รับการพิจารณาเข้าชิงรางวัล จากสถาบันต่างๆ ตลอดมา เช่น Helen Mirren ได้รับออสการ์จากบทควีนอลิซเบธที่ 2, Jamie Fox ในบทของ Ray Charles นักดนตรีอัจฉริยะ, Daniel Day-Lewis คว้าออสการ์ตัวที่ 3 จากบทประธานาธิบดี Lincoln, นักแสดงอังกฤษ Ben Kingsley คว้าออสการ์จากบทของ คานธี, Philip Seymour Hoffman รับบทนักเขียน Truman Capote และคว้ารางวัลมาครอง และเมื่อปี 2019 Rami Malek คว้าออสการ์สาขานักแสดงชายยอดเยี่ยม จากบทของ Freddie Mercury ใน Bohemian Rhapsody

รางวัลออสการ์นักแสดงยอดเยี่ยม ที่ได้จากบทของผู้ที่มีตัวตนจริง ตั้งแต่ปีแรกจนถึงปี 2019 มีถึง 26 รางวัล ซึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะการแสดงเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงนั้น นักแสดงต้องถ่ายทอดกริยา ท่าทาง อารมณ์ในมิติต่างๆ รูปแบบของการพูด และสีหน้า ด้วยความลุ่มลึก เต็มไปด้วยรายละเอียดครบถ้วนของตัวบุคคลตัวจริง บทในภาพยนตร์แนว “ชีวประวัติ” หรือ biopic นี้ มีบุคคลจริงเป็นต้นฉบับให้เปรียบเทียบว่าแสดงได้ “สมจริง” มากน้อยเพียงใด

แต่ Fred Rogers ไม่ได้เป็นนักร้องหรือนักดนตรีชื่อดัง ไม่ได้เป็นผู้นำประเทศ แต่เขาสามารถเข้าไปอยู่ในจิตในของผู้คนในอเมริกา ไม่ต่างจากนักร้องนักแสดงชั้นแนวหน้ายาวนานกว่า 30 ปี

เฟรด รอเจอร์ส นำรายการ Mister Rogers’ Neighborhood รายการสำหรับเด็ก สู่จอทีวี ในปี ค.ศ. 1968 และรายการได้ออกอากาศทางช่อง PBS ต่อเนื่องถึง 33 ปี คว้ารางวัลต่างๆ มากมาย ด้วยรายการมอบสาระที่ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ และการปรับตัวทางอารมณ์และปัญญา ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ เช่นการทะเลาะกันในครอบครัว มิตรภาพ และยังพูดถึง การหย่าร้าง และความตาย และประเด็นอื่นๆ ที่ผู้ใหญ่เกรงว่าเด็กไม่ควรรับรู้

ชื่อของ มิสเตอร์ รอเจอร์ส เป็นชื่อที่เด็กจดจำได้จนโตเป็นผู้ใหญ่ ด้วยรูปแบบการเสนอ ที่มีฉากเป็น toy land ผสมด้วย ดนตรี และเหตุการณ์ของสมาชิกในละแวกบ้าน ที่เอื้อเฟื้อต่อกัน ช่วยเหลือกัน มีเมตตาต่อกัน และร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ผลงานของเขาเป็นแม่แบบให้กับนักเขียนบทภาพยนตร์ ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ มากมาย เขาได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากสถาบันต่างๆ มากกว่า 40 แห่ง ได้รับรางวัล Lifetime Achievement Emmy และได้รับเกียรติเข้าสู่ Television Hall of Fame

ด้วยลักษณะรายการสำหรับเด็ก เมื่อผู้ชมเติบโตเข้าสู่วัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่ ก็มักจะเลิกติดตาม นอกจากจะเป็นพ่อแม่ ที่ชมรายการไปกับบุตรหลาน หรือคอยสนับสนุนให้เด็กๆ ติดตามเพื่อกล่อมเกลาจิตใจ และเพิ่มโลกทัศน์ รายการของ มร. รอเจอร์ส เปรียบเสมือนเป็นญาติผู้ใหญ่ ที่คอยช่วยดูแล อบรมลูกหลาน

สิ่งที่ มร. รอเจอร์ส นำมาเล่าให้ฟัง และแบ่งปัน มีทั้งเรื่องทุกข์และเรื่องสุขใจอบอุ่น โดยสาระสำคัญต้องการจะบอกเราทุกคนว่า “ความสุขสัมผัสได้ทุกวัน ขึ้นอยู่กับตัวเรา”

ข้อความดังกล่าว เข้าข่ายวาทกรรม “โลกสวย” ซึ่งปัจจุบัน เมื่อพูดว่า “โลกสวย” จะมีนัยยะเสียดสี ประชด ว่าไม่อยุ่กับโลกแห่งความจริง ที่โลกไม่ได้สวยเสมอไป

แต่ A Beautiful Day in the Neighborhood พูดกับเราทุกคนเบาๆ ว่า อะไรที่เราทำได้ ให้โลกรอบตัวเราดีขึ้น เราก็ควรจะลองทำดู มันไม่ยากอย่างที่เราคิด อะไรที่คาใจเรา ถ้าหากเราไม่สะสางให้จบ เราก็คงไม่มีวันจะได้พบกับความสงบสุขในจิตใจ

ตัวละครนำ ในเรื่อง Beautiful Day คือ ลอยด์ โวเกิล นักเขียนบทความเชิงสืบสวนชื่อดัง ระดับรางวัล เมื่อได้รับมอบหมายให้สัมภาษณ์และเขียนเรื่องเกี่ยวกับ มร. รอเจอร์ส เขารู้สึกว่าเป็นการลดศักดิ์ศรีของความเป็นนักเขียน เพราะ มร. รอเจอร์ส เป็นผู้ผลิตรายการเด็ก ที่ดูไม่มีความสำคัญอะไรต่อตัวเขา และผู้อ่านที่เป็นผู้ใหญ่ งานนี้จึงเหมือนเป็นการดูถูกฝีมือนักเขียนอาชีพเช่นเขา ยิ่งกว่านั้น เขายังมีปัญหาคาใจ กับการที่พ่อของเขาทิ้งครอบครัวไปตั้งแต่เขายังเด็ก และเมื่อพ่อได้พยายามกลับมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาอีกครั้ง ความผิดหวังของสองเหตุการณ์จึงกลายเป็นความโกรธอันรุนแรง จนไม่อาจควบคุมได้ แต่เมื่อบรรณาธิการยืนยันหนักแน่นว่า เขาต้องเขียนบทความเรื่อง มร. รอเจอร์ส เขาจึงหมดสิทธิปฎิเสธ และไปพบกับ มร. รอเจอร์สเพื่อสัมภาษณ์และเก็บข้อมูล

การพบกับ ผู้ที่มีทัศนะที่ดีต่อชีวิต ย่อมทำให้ผู้ที่มองเห็นชีวิตที่เต็มไปด้วยความจริงจัง เกิดความสับสนและคับข้องใจ แต่ในขณะเดียวกัน การแลกเปลี่ยนมุมมองในชีวิต ก็ทำให้ลอยด์ได้มองเห็นตนเองชัดขึ้น และแนวทางโลกสวยของ มร. รอเจอร์ส ก็เริ่มช่วยให้ลอยด์ได้เห็นว่า ความสุขในชีวิตนั้น เราสามารถสร้างได้ ถ้าเราหาคำตอบให้แก่เรื่องที่ค้างคาในชีวิตของเราได้

การทำให้เรื่องที่คาใจจบไป (closure) เป็นหนทาง ในการกำจัดความโกรธและล้างตะกอนอารมณ์ต่างๆ ให้หมดไป การให้อภัยผู้อื่นเป็นการให้อภัยตัวเราเองเช่นกัน

A Beautiful Day in the Neighborhood รวมผู้ชมไว้ใน “ละแวกบ้าน” อย่างมีเสน่ห์และเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ “สั่งสอน” ผู้ชมเหมือนผู้ใหญ่สอนเด็กว่าต้องทำอย่างไร และที่สำคัญที่สุดคือวาทกรรม “โลกสวย” ที่เราเย้ยหยันกันนั้น ที่แท้คือ โลกจริง ที่เปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับใจเรา

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here