ธงชาติ เป็นสัญลักษณ์ของประเทศชาติ มีการออกแบบด้วยสี เส้น และรูปลักษณ์ เพื่อสะท้อนความหมายในสิ่งที่คนในชาติ ถือเป็นคุณค่าสำคัญ ธงคือสัญลักษณ์แห่งศักดิ์ศรีของประเทศ ดังนั้นเมื่อต้องการหยาม หรือดูหมิ่นรัฐบาลหรือพลเมืองของประเทศใด จึงมีการเผาธงชาติ หรือเหยียบย่ำทำลายธงชาติ การปฎิบัติต่อธงชาติด้วยความเคารพ เป็นค่านิยมที่เป็นสากล แม้ว่าในบางวัฒนธรรม อาจเห็นว่า การใช้ดีไซน์ของธงชาติมารวมไว้ในรองเท้า หรือกางเกงใน ไม่ได้เสียหายแต่อย่างไร แต่โดยทั่วๆ ไปแล้ว การนำธงชาติมาเขียนและดัดแปลงเพื้่อล้อเลียน เย้ยหยัน เป็นการกระทำที่อยาบคาย

การล้อเลียนของสื่อเดนมาร์ก ด้วยการเปลี่ยนรูปดาว ในธงชาติจีนเป็นรูปไวรัส จึงเป็นการล้อเลียน โดยไม่นึกถึงภาวะวิกฤตระดับความเป็นควายตาย ที่ประชาชนจีนกำลังเผชิญอยู่ ไม่รู้สึกสะเทือนใจกับความโชคร้ายของเพื่อนมนุษย์

นอกจากสื่อซึ่งเป็นผู้สร้างภาพล้อแล้ว หลังจากที่มีการประท้วงจากประชาชนจีน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก ยังออกมายืนยันอย่างไม่รู้สึกเสียใจ โดยบอกว่า “ประเทศของเรามีเสรีภาพในการแสดงออก” และยังอวดอ้างว่า “เดนมาร์กมีวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง ไม่เพียงเพียงแต่เรื่องเสรีภาพในการแสดงความเห็น แต่รวมถึงภาพวาดเสียดสี และเราก็จะรักษาสิ่งนี้ไว้สืบไปในอนาคต สิ่งเหล่านี้ เป็นอัตลักษณ์ของเดนมาร์กที่รู้จักกันดี และเราจะไม่เปลี่ยน”

ทุกชาติมีอัตลักษณ์ของตนเอง แต่การขาดกาลเทศะ และก้าวล่วงชาติอื่น เป็นสิ่งที่ควรภูมิใจเช่นนั้นหรือ?

เมื่อปี ค.ศ. 2005 สื่อเดนมาร์กวาดการ์ตูนล้อเลียนศาสดาโมฮัมหมัด อีกทั้งสถานีโทรทัศน์ของเดนมาร์ก ยังเสนอคลิปวิดิโอจากกลุ่มต่อต้านผู้อพยพ ที่วาดภาพที่ทำให้ศาสดาของศาสนาอิสลามดูเสื่อมเสีย สร้างความโกรธให้กับชาวมุสลิมทั่วโลก และในปีถัดมา ความขัดแย้งความรุนแรงขึ้นจนมีการปะทะ และมีผู้เสียชีวิตถึง 50 คนทั้งในเอเชีย ตะวันออกกลางและอัฟริกา

นายกรัฐมนตรีเดนมาร์กขณะนั้น Anders Fogh Rasmussen ประนามการกระทำของกลุ่มเยาวชนต่อต้านผู้อพยพ อันเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งว่า “เป็นการกระทำที่ไร้รสนิยม และไม่ใช่พฤติกรรมของชาวเดนมาร์ก หรือเยาวชนเดนมาร์ก”

ในปี 2015 เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำสหรัฐอเมริกา กล่าวในการเปิดศูนย์การออกแบบ ในเมือง Solvang ในแคลิฟอร์เนีย โดยล้อเลียนชนพื้นเมืองอเมริกา (อินเดียนแดง) ผ่านรูปปั้น Holger Danske ฮีโร่ในนิทานของเดนมาร์กว่า “เมื่อใดก็ตามที่เมืองโซลแวงถูกคุกคามโดยคาสิโนของพวกอินเดียนพื้นเมือง รูปปั้นฮีโร่นี้จะตื่นขึ้นมาปกป้องความเป็น “เดนมาร์ก” ของเมืองนี้”

ดูเหมือน “ความไร้รสนิยม” จะเป็นวัฒนธรรมประจำชาติ และสืบทอดมาถึงนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน

วาทกรรมที่ไม่นำพาต่อมหันตภัยที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ชาติ สอดคล้องกับความไม่แยแส ที่จะลดช่องว่างระหว่างความแตกต่างทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมของเดนมาร์ก

ในขณะที่ประเทศซึ่งมีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติเช่น สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมันนี ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร แคนาดา นิวซีแลนด์ เบลเยี่ยม บราซิล ได้พยายามจัด “พื้นที่สำหรับทุกคน” เพื่อให้ผู้คนทุกผิวสี ได้อยู่ร่วมกันได้ แต่เดนมาร์กไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ดังนั้นการล้อเลียนชนชาติต่างๆ จึงเป็นพฤติกรรมที่พบเห็นได้ทั่วไป โดยเฉพาะกับผู้อพยพที่มาจากโลกที่สาม เดนมาร์กอ้าง free speech เพื่อแก้ตัวเมื่อเกิดพฤติกรรมเหยียดชนชาติ เช่นการเรียกชาวอาหรับและอินเดียว่า raghead  หรือมนุษย์โพกหัว ไม่ว่าจะโพกหัวหรือไม่ หรือคำว่า haleneger หมายถึงคนผิวดำมีหาง คำว่า neger คือ negro เดนมาร์กไม่ใส่ใจเรื่องการใช้ภาษาที่เลี่ยงการเหยียด (politically correct) และไม่สะทกสะท้านต่อความเห็นของสังคมโลก เช่นยังคงล่าปลาวาฬ และแมวน้ำ เช่นที่หมู่เกาะ Faroe ซึ่งยังคงประเพณี grindadráp  ซึ่งต้อนวาฬไพล็อตและโลมาข้างขาว (white-sided dolphin) เข้าฝั่งแล้วฆ่าด้วยมือร่วมพันตัวในแต่ละเทศกาล

การไม่เห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ และการตอบโต้ด้วยความยะโส นำไปสู่ ศึกแห่งการเหยียดผ่าน meme ระหว่างชาวจีนและเดนมาร์ก ชาวจีนรื้อฟื้นอดีตของเดนมาร์ก มาประจานผ่านธง เช่น การที่เดนมาร์กถูกยืดโดยนาซีอย่างง่ายดาย ภายใน 4 ชั่วโมง ในขณะที่ประเทศจีนต่อสู้ได้ถึง 14 ปี หรืออัตราการฆ่าตัวตายที่สูงถึง 13% ของเดนมาร์ก และการเปลี่ยนผืนธงสีแดงมีแถบสีขาวให้เป็นผ้าอนามัย

ชาวจีนโต้ตอบเดนมาร์ก โดยการแสดง free speech บนหลักการเดียวกับที่เดนมาร์กอ้าง แต่คงไม่มีผลในการเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมของสื่อ หรือผู้คนในเดนมาร์ก เพราะการโต้ตอบของเดนมาร์ก โดยการเปลี่ยนรูปสีจิ้นผิง เป็น หมีพูห์ (pooh) และใช้พูห์กับธงชาติจีน สะท้อนให้เห็นถึง ลักษณะ “ด้อยความรู้” ของเดนมาร์กอย่างชัดเจน เพราะเมื่อพูดถึงประเทศจีน ใครๆ ก็รู้ว่าเป็น หมีแพนด้า ไม่ใช่หมีพูห์ การด้อยความรู้ของเดนมาร์ก ยังรวมถึง การไม่รับรู้ว่า ไวรัสไม่มีพรมแดน และหากเกิดโรคระบาดรุนแรงในเดนมาร์ค แล้วมีการนำธงมาวาดการ์ตูนล้อเลียนบ้าง เดนมาร์กจะขบขันกับ free speech หรือไม่…

แต่ถ้าไม่รู้ขนาดนี้ ก็ให้เขาฆ่าวาฬกับโลมา พร้อมตะโกนว่า “นี่คือเรา และเราจะทำแบบนี้” ต่อไป

#coronavirus #โคโรนาไวรัส #ไวรัสอู่ฮั่น

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here