ตู้ปันสุข เป็นปรากฏการณ์ ทีสะท้อนถึงจิตใจ ของผู้คนในสังคมได้ชัดเจน แม้จะมีการอ้างถึง Little Free Pantry หรือ “ครัวน้อยแจกฟรี” ของฝรั่ง ที่เริ่มพบเห็นและเป็นข่าวในอเมริกาเมื่อราว 5 ปีก่อน แต่ใครคิดก่อนทำก่อน ไม่ใช่สาระสำคัญ ความเห็นอกเห็นใจกันของมนุษยชาตินั้น พบได้ในทุกชาติทุกภาษา ยามที่ผู้คนในสังคมประสบความยากลำบาก คนที่ยังพอมี คนที่แข็งแรง ก็ยื่นมือไปช่วย

Little Free Pantry เป็นการต่อยอดมาจาก Little Free Library หรือ “ห้องสมุดน้อยอ่านฟรี” ที่เป็นกระแสสำคัญเมื่อราว 10 กว่าปีก่อน โดยผู้มีจิตสาธารณะ ได้สร้างตู้หนังสือไว้หน้าบ้าน หรือในบริเวณละแวกบ้าน และนำหนังสือประเภทต่างๆ มาใส่ตู้ไว้ให้หยิบไปอ่าน จากนั้นผู้อื่นก็นำหนังสือมาใส่ตู้เพิ่ม คนที่ยืมไปอ่าน ไม่ต้องเซ็นยืม ไม่ต้องขออนุญาตใคร แต่เมื่ออ่านเสร็จก็นำมาคืน และนำหนังสือของตนมาแบ่งปัน กลายเป็นกิจกรรมชุมชน และกลายเป็นสิ่งที่สร้างความผูกพันให้ผู้คน บางบ้านถึงกับนำเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ มาวางไว้ให้ และจัดเก้าอี้สนามไว้ใกล้ๆ ให้ผู้คนได้มานั่งพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดกัน

ห้องสมุดอ่านฟรีนี้ ส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ซึ่งเป็นค่านิยมที่สังคมชื่นชม จึงขยายตัวไปทั่วในหลายเมือง หลายรัฐ การให้บริการของห้องสมุดริมทางเดิน อยู่บนพื้นฐานของสิ่งที่เรียกว่า Honor System ระบบที่ยึดถือความไว้วางใจ การให้เกียรติต่อกัน และความซื่อสัตย์ ระหว่างผู้มอบหนังสือและผู้ยืม การที่ผู้หยิบหนังสือไปอ่าน นำหนังสือกลับมาคืนด้วยความซื่อสัตย์ คือกา่รรักษาเกียรติของตน

โรงเรียน และมหาวิทยาลัย ที่มีชื่อเสียง นิยมใช้ระบบ Honor System โดยไม่ต้องมีผู้คุมสอบ แต่ทั้งนักเรียน นักศึกษา และอาจารย์ผู้สอน ต่างให้เกียรติกัน และไว้ใจกัน นักเรียนนักศึกษา สามารถเข้าห้องสอบตามเวลาที่กำหนด หยิบข้อสอบซึ่งจัดวางไว้ใกล้ประตู้ และทำข้อสอบจนเสร็จ แล้วนำไปใส่ในตะกร้าที่เตรียมไว้ ผู้เข้าสอบทั้งหมด ไม่มีใครลอกข้อสอบกัน ไม่ใครนำหนังสือหรือตำราเข้ามาทำข้อสอบ ไม่มีกล้อง CCTV แต่ทุกคนที่เข้าสอบรักษาเกียรติของตน เป็นการคุมสอบด้วยความซื่อสัตย์ของผู้สอบ ใครโกง จะถูกตราหน้าว่าเป็นคนที่น่ารังเกียจ ประวัติการเรียนมีตำหนิ นอกจากน่าอับอายแล้ว อาจได้รับโทษรุนแรง

ในเขตเกษตรกรรม ที่มีการทำไร่ และสวนผลไม้ และมีการสัญจรไปมาไม่มากนัก ไม่คุ้มกับเวลาที่จะมานั่งเฝ้าร้านซึ่งอาจมีลักษณะคล้ายศาลาริมทาง เจ้าของไร่และสวน จะนำผลผลิต เช่นผักต่าง ๆ ฟักทอง แอปเปิ้ล ผักกาด แครอท กะหล่ำ มันฝรั่ง และส้ม วางใส่ตะกร้าหรือกระบะไว้ พร้อมทั้งป้ายบอกราคา และจะมีกล่องใส่เงินยึดติดไว้กับเสา ผู้ที่ผ่านมา สามารถหยิบผักและผลไม้ที่ต้องการ แล้วชำระเงิน โดยใส่เงินไว้ให้ในกล่อง การค้าขายเช่นนี้อยู่บนพื้นฐานของ Honor System การให้เกียรติต่อกัน และสำนึกเรื่องความซื่อสัตย์ นำไปสู่สภาพสังคมที่ไว้วางใจกันได้ ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนปล้น หรือโดนโกง

เมื่อ “ตู้ปันสุข” ออกมาปรากฎโฉมในสังคมไทย ผู้คนที่พร้อมจะ “ให้” ไม่ได้คาดคิดว่าเจตนาดีของตน จะต้องเผชิญกับความเห็นแก่ได้ ที่ไม่แยแสต่อ “การแบ่งปัน” แต่เป็นการกอบโกยอย่างไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี ผู้ให้จำนวนหนึ่งมองเห็นว่า การให้ของตนนั้นเกิดจากจิตใจอันบริสุทธิ์ เมื่อให้ไปแล้วก็จะไม่มาคอยกังวลว่า สิ่งที่ให้จะได้รับการแบ่งปันกันอย่างทั่วถึงหรือไม่ เพียงจิตใจมีความสุขจากการให้ก็พอใจแล้ว

การกอบโกยโดยไม่นึกถึงผู้อื่น ที่อยู่ในสภาพขัดสนเช่นเดียวกับตนเองนั้น นอกจากเป็นความเห็นแก่ตัวแล้ว ยังบอกถึงความไร้เกียรติ ตู้ปันสุขจำนวนไม่น้อย ต้องติดประกาศให้ผู้มารับของพึงนึกถึงคนที่มาหลังจากตนบ้าง โดยมีป้ายเตือนให้นำไปแต่พอดี แต่ดูเหมือนการเตือนด้วยตัวอักษรจะไม่ได้ผล ต้องให้มีผู้คนคอยช่วยจับจ้องให้ละอายใจ ตู้ปันสุข จึงต้องนำไปติดตั้งที่วินมอเตอร์ไซค์ หรือหน้าร้านค้า

หากพฤติกรรมการกอบโกยเพื่อตนเองไม่ลดน้อยลง ผู้ให้ก็ย่อมล้าเพราะผิดจุดประสงค์ และในทีสุด ตู้ปันสุข ก็คงสลายไป ถือว่าเป็นเรื่องน่าเศร้า เพราะตู้ปันสุข ควรจะเป็นสิ่งที่อยู่ในสังคมไปนานๆ เพราะคนที่หิวโหย และขาดแคลนยังคงมีต่อไป ไม่ใช่เฉพาะในช่วงโควิด-19

นอกจากความหมายที่เกียวข้องกับความซื่อสัตย์ (Honesty) แล้ว คำว่า Honor หมายถึงเกียรติและศักดิ์ศรี มีสถานภาพกิตติมศักดิ์ ดั่งเช่นที่เราเข้าใจกันดีสำหรับ Honorary Doctorate Degree หรือปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ วุฒิบัตรกิตติมศักดิ์ มอบให้แก่บุคคลที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม อย่างต่อเนื่องยาวนาน มีผลงานที่มีอิทธิพลต่อแนวคิดหรือการสร้างสรรค์ของผู้คนจำนวนมาก ปริญญากิตติมศักดิ์ ต้องการเชิดชูเกียรติความรู้ความสามารถของบุคคล ไม่ใช่เป็นการเทียบวุฒิ

สถานภาพอันทรงเกียรติ มาในรูปแบบต่างๆ กัน เช่นรางวัลอันทรงเกียรติ รางวัลโนเบล รางวัลพุลิตเซอร์ รางวัลซีไรท์ รางวัลบุคคลของชาติ (National Treasure) และรางวัลศิลปินแห่งชาติ (National Artist) บุคคลที่ได้รับรางวัลเหล่านี้ แม้จะยังความเป็น “พลเมือง” และสิทธิพลเมืองยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ “เกียรติ” และ “ศักดิ์ศรี” ได้เปลี่ยนไปแล้ว ดังนั้น สาธารณชน จึงมีความคาดหมายต่อบุคคลเหล่านี้ที่ต่างจากเดิม โดยเฉพาะในด้านความประพฤติและวาทกรรม ที่ควรสะท้อนการยึดมั่นในความจริง และการวางตัวอย่างมีเกียรติ ให้คู่ควรกับรางวัลที่ได้รับ

Honor ปลูกฝังได้ เรียนรู้ได้ มีตัวอย่างให้เห็น ทั้งจากตู้กับข้าวและตำแหน่งศิลปินแห่งชาติ แต่ต้องเริ่มต้นโดยให้ความสำคัญต่อคำนี้ คำซึ่งแยกระดับชั้นของมนุษย์ โดยไม่เหยียดฐานะทางเศรษฐกิจ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here