คำเตือนที่ขึ้นมาบนจอ ที่ได้พบเห็นเสมอคือ โปรดใช้วิจารณญาณ ในการรับชม (หรือเป็นเสียงเตือน ในการรับฟัง)

วิจารณญาณ หมายถึง การคิดที่ใช้เหตุผลที่ถูกต้อง ความสามารถทางปัญญาในการไตร่ตรองเหตุผล บางครั้งเรียกว่า วิจารณปัญญา

ดังนั้น เมื่อผู้เสพย์สื่อทุกชนิด ต้องใช้วิจารณญาณของตนเอง ในการดู ในการฟัง ย่อมเกิดปัญหา เพราะต้นทุนของ “วิจารณญาณ” ของผู้ชมและผู้ฟัง ไม่เท่ากัน ความสามารถในการไตร่ตรองเหตุผลขึ้นอยู่กับการรับรู้ เรียนรู้ สภาพแวดล้อม ความฝังใจ

การใช้ “เหตุและผล” เป็นความคิดแบบวิทยาศาสตร์ และด้วยความไว้ใจในวิทยาศาสตร์ รายการตามล่าผี คุยกับผี จึงใช้เครื่องมือสมัยใหม่ ในการจับคลื่นแม่เหล็ก คลื่นความร้อน ระดับความชื้น เพื่อที่จะใช้อธิบายว่า “มีอะไรอยู่ตรงนั้น แม้ตาจะมองไม่เห็น” แต่ความคิดแบบวิทยาศาสตร์ ยังต้องใช้ต่อยอดไปว่า สิ่งที่อุปกรณ์แสดงให้เห็นนั้น จะตีความเป็นอะไรได้บ้าง และข้อมูลนั้น เป็นข้อมูลแท้ไร้การแต่งเติมหรือไม่…  ถ้าความสามารถในการสื่อกับผี หรือวิญญาณ เป็นพลังพิเศษ ที่ไม่ต้องใช้วิทยาศาสตร์มาสนับสนุน ก็ถือว่า เป็นเรื่องของ “ปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติ” ไปไม่ว่ากัน

และเมื่อเป็นปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติ ก็ยิ่งต้องใช้ “วิจารณญาณ” เพราะการจะใช้ความเชื่อ มาอ้าง แม้จะเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ไม่ใช้สิทธิที่พลเมืองจะนำมาอ้างเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ หรือสร้างความเสียหายได้

ฝรั่งทั้งหลาย ทั้งอังกฤษและอเมริกา ก็ชอบรายการผี ๆ ตามจับผี กันมานานแล้ว แต่ความนิยมจะเพิ่มมากขึ้นนับตั้งแต่ยุค 90s พอเข้าสหัสวรรษ 2000 เรื่อยมา รายการทีวีเกี่ยวกับไล่ผี บ้านผีสิง ผีแกล้ง ผีแค้น ก็มากจนนับไม่หวาดไม่ไหว มีเป็นร้อยรายการ บางรายการก็อยู่ได้ 2-3 ปี แต่ที่อยู่นานมากคือ Most Haunted ซึ่งเริ่มซีซันแรกในปี 2002 และยังมีจนถึงปัจจุบัน (หยุดไป 2 ปีคือ 2011-2012) เป็นรายการแนว reality TV

ความนิยมต่อเนื้อหาในแนว “ความมีอยู่ที่จับต้องไม่ได้” จัดอยู่ในกลุ่มเรื่อง “เหนือจริง” ดังนั้นจึงเกิดการจัดประเภท (genre) ให้กับผลงานในแนวนี้ โดยเรียกว่า paranormal ซึ่งรวมทั้งผี วิญญาณ มนุษย์ต่างดาว สัตว์เร้นลับ เงือก อำนาจจิต คนเข้าทรง และอื่นๆ paranormal แปลตรงๆ ว่า “เหนือกว่าปกติ” เป็นการทำความกระจ่างว่า หนังผี เรื่องโรงแรมผีสิง เรื่องสัตว์ยักษ์เร้นลับในป่าอันไกลโพ้น ที่นำเสนอไม่ได้จัดอยู่ในประเภท horror (สยองขวัญ) หรือ suspense (ตื่นเต้นหวาดกลัว) แต่เป็นเรื่องที่มีผู้คนเคยประสบ แม้จะไม่มีหลักฐานมากมาย รายการจำนวนมากที่ได้รับความนิยม จึงมักเป็นรายการในลักษณะ reality show

ในสังคมและวัฒนธรรมไทย เรื่องผี เป็นเรื่องความเชื่อส่วนตัว ที่ถูกนำเสนอให้รับรู้กันมาแต่วัยเด็ก ไม่ว่าจะเกี่ยวกับ ที่อยู่ของผี ผีมีหน้าตาอย่างไร ผีแบบไหนทำอะไร ผีจะทำร้ายหรือผีจะให้โชค แต่เมื่อบริบทของเรื่องราวเกี่ยวกับผี เริ่มก้าวข้ามความเป็นเรื่องผี แต่งเติมบิดเบือนจนเกิดความสับสนในระดับวิจารณญาณ ความเสียหายก็บังเกิด ดังเช่นที่เห็นจากรายการทีวี ที่เป็นข่าวเรื่องล่วงเกินข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่รวบรวมมาตามหลักวิชาการ หรือล่วงเกินชื่อเสียงของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วโดยไม่มีหลักฐานยืนยัน จนเข้าขั้นใส่ร้ายป้ายสี

เมื่อวิจารณญาณ ของผู้ชม และผู้ฟัง ไม่สามารถที่จะควบคุม “การก้าวล้ำเส้น” ทำให้เกิดคำถามว่า แล้ววิจารณญาณ จากผู้ผลิตรายการอยู่ที่ไหน…

วิจารณญาณของผู้ผลิตรายการ ก็อยู่ที่ “การคิดที่ใช้เหตุผลที่ถูกต้อง ความสามารถทางปัญญาในการไตร่ตรองเหตุผล” เช่นกัน และเมื่อมีผู้ผลิตรายการขาดวิธีคิดที่ใช้เหตุผล หรือการไตร่ตรองว่าอะไรเหมาะอะไรไม่ควร การเซนเซอร์ (censor) จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อปกป้องผู้บริโภค

เมื่อพูดถึง censorship คำถามก็ตามมาอีกมาก เช่นการเซนเซอร์นั้น เป็นการริดรอนเสรีภาพในการแสดงออกหรือไม่? เป็นการปิดหูปิดตาผู้เสพย์สื่อหรือไม่?

นี่คือตัวอย่างประเด็นหลักๆ ที่อาจทำให้ หน่วยงานที่ทำหน้าที่เซนเซอร์ ไม่กล้าใช้มาตรการเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นการพูดจาหยาบคาย ที่กลายเป็นสิ่งปกติ ทั้งในรายการตลก ในละคร และในภาพยนตร์สำหรับผู้ชมทั่วไป หรือการนำเสนอภาพและคำบรรยายสยดสยองของข่าวอาชญากรรม ที่ทำให้ผู้ตายหมดศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ในขณะเดียวกัน กลับห้ามนำเสนอแง่มุมจริง ถ้าเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของสงฆ์

ถ้าใช้คำว่า “วิจารณปัญญา” จะเตือนสติทั้งผู้ผลิตและผู้ชมได้ดีกว่า คำว่า “วิจารณญาณ” หรือไม่ เมื่อคำว่า ปัญญา มาแทนที่คำว่า ญาณ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here