การมีความเห็นใจ มีจิตสาธารณะ เกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่ว่าจะช่วยหมา ช่วยแมว ช่วยวัด คนที่มีจิตกุศลหรือมีสำนึกว่าที่ชีวิตเราดีได้ก็อยากแบ่งให้คนอื่นบ้าง หรือเชื่อเรื่องสร้างบุญทำกุศลแล้วเพิ่มพลังบุญ และควรเข้าใจให้ชัดว่า ทำบุญไม่จำเป็นต้องทำกับวัดหรือพระ ปรากฎการณ์เช่นนี้ ล้วนเป็นการส่งต่อการทำดี ส่งต่อความมีน้ำใจ เมื่อผู้ที่เคยได้รับมาก่อนต้องการนำส่งต่อๆ ไป

หากเราเคยได้รับความช่วยเหลือจากทุนการศึกษา เมื่อเราเรียนจบ ประสบความสำเร็จจนมีฐานะมั่นคง มีเพียงพอที่จะแบ่งปัน เราย่อมอยากส่งต่อผลประโยชน์ และความเมตตา ความช่วยเหลือที่เราเคยได้รับ จึงตั้งกองทุนมอบทุนการศึกษาให้กับโรงเรียนหรือสถาบันที่เราได้เรียน แล้วเผื่อแผ่ไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ด้วย เป็นการจ่ายคืนต่อๆ ไป หรือ pay it forward

คนนับแสนนับล้านปิดทองหลังพระ รวมเพื่อนไปช่วยสร้างส้วมให้โรงเรียน ให้วัด ไปเลี้ยงข้าวเด็ก ซื้อของให้เด็กยากจน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มบิ๊กไบค์ บิ๊กฟุต หรือกลุ่มอิสระเฉพาะกิจ ส่วนการใส่ดราม่า ก็ขึ้นอยู่กับนิสัย และกลยุทธ์ส่วนตัว เวลาอยากจะชวนเพื่อนร่วมทำบุญ หลายๆ กลุ่มก็บอกเพื่อนฝูงสั้นๆ ว่าจะทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ บางคนอาจจะพรรณาประสพการณ์ยืดยาวเพื่อให้เห็นเหตุผลที่อยากช่วย หรือเป็น conversation หรือจะเป็นกลยุทธ์ในการเชิญชวนก็เป็นธรรมชาติวิสัยของเขา

แต่คนจำนวนมากไม่ได้เป็นคนดัง หรือไอดอล คนทั่วไปย่อมไม่รู้ ไม่เป็นข่าว แม้แต่กิจกรรมช่วยเหลือกันเล็กๆ น้อยๆ ก็ถือว่าเป็น ปาฎิหารย์ที่เกิดขึ้นทุกวัน ที่เกิดจากใจของมนุษย์

บุคคลใจบุญ มีเมตตา มีความปรารถนาดี พบเห็นได้ไม่ยากถ้าเรารู้จักสังเกต กิจกรรมค่ายอาสาของนักเรียนนักศึกษา หรือกิจกรรม CSR ขององค์กรหรือบริษัท จะมองว่า CSR เป็นส่วนที่ต้องทำเพราะเป็นส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจ เพื่อเอาคืน ย่อมเป็นทัศนะส่วนตัว แต่มองว่าผลลัพท์จากการให้นั้น มีผู้ได้รับประโยชน์จริงหรือไม่ นอกจากนั้น สิ่งที่ทำไปตามแผน CSR จะยั่งยืนเพียงใด เกิดเนื้องานจริงหรือไม่ ถึงจุดประสงค์แค่ไหน ถ้าทำให้แล้วไม่ยั่งยืน จะมีผู้มีเมตตาเข้ามาสืบสานต่อยอดให้หรือไม่ แต่ควรมองให้เป็นผลลัพท์ด้านบวกด้วย ไม่ใช่มุ่งโจมตีระบบทุนนิยมหน้ามืดตามัว

การเสียสละทั้งแรงกายและทรัพย์สินของแต่ละคน มีแรงบันดาลใจต่างกัน ครอบครัวที่บุพการี มีจิตสาธารณะ และเผื่อแผ่ต่อคนอื่นทั้งในระดับคนรอบตัว หรือสเกลใหญ่เช่นสร้างศาลาวัด สร้างสวนให้โรงเรียน ซื้อเครื่องเล่นให้โรงเรียนอนุบาล ลูกหลานซึ่งเติบโตและเห็นมาตลอด ย่อมพัฒนาความรู้สึกร่วมกัน และเมื่อโตขึ้น มีแรงกาย มีทุนทรัพย์ ก็อาจตามรอยเท้าพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย

แต่บางครอบครัวไม่ได้มีต้นทุนมากพอ ที่จะแบ่งปันให้คนอื่น ก็อาจเห็นแบบอย่างจากบุคคลที่มีชื่อเสียง เช่นนักร้องนักแสดงที่ชอบช่วยเหลือสังคม หรือแพทย์ชนบท หรือกำนันผู้ใหญ่บ้าน หรือในหลวงและงานพัฒนาของพระองค์ที่มีผลลัพท์จับต้องได้

การได้เห็นคนทำสิ่งที่ดี ได้เห็นแบบอย่างที่ดี แล้วเรารับมา ย่อมทำให้เราอยากทำเช่นนั้นบ้าง เมื่อเรามีทุน มีปัจจัยที่พร้อม และลงมือทำ เราก็จะเป็นแบบอย่างเช่นกัน เป็นการส่งทอดการทำประโยชน์ ส่งต่อเจตนาที่ดี ส่งต่อความมีน้ำใจ

นักการเมือง ที่เข้าสภาเมื่อใด ต้องตะโกนร้องว่าประชาชนจะอดตาย พื้นที่ตรงนั้นตรงนี้ ไม่มีถนน ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ แต่ไม่ได้ลงมือช่วยพัฒนาทั้งด้านกายภาพด้วยตนเอง หรือเริ่มดำริโครงการใดๆ ทั้งสิ้น ไม่เคยคิดจะ pay it forward คิดอย่างเดียวคือ pay me

การดึงคนอื่นมาแซะ เป็นปกติสำหรับกลุ่มที่ระดับปัญญาและโลกทัศน์ต้นทุนต่ำ ไร้มารยาท ดังจะเห็นได้ว่า มีข่าวอยู่เสมอ ที่ผู้คนในวงการบันเทิง ถูกดึงเข้ามาใช้ทางการเมือง เพื่อสร้างคะแนนนิยมให้ตนเอง ร้านค้าและสินค้าที่ดำเนินธุรกิจเช่นสุจริตชน ก็ถูกนำมาอ้าง ตีความกันไปเอง

เหตุการณ์ที่มีชีวิตและชื่อเสียงของ “เพื่อนมนุษย์” มาเกี่ยวข้อง เป็นหน้าที่ของ “เพื่อนมนุษย์” ที่จะตรวจสอบความเป็นมาให้รอบคอบ ไม่ใช่ร่วมขบวนคณะปาหี่ โดยไม่เคยตรวจ ถ้ามีหลักฐานประจักษ์แจ้งแล้วค่อยขึ้นรถทัวร์

นอกจากกรณีของพิมรี่พาย ที่นำมาใช้แซะสถาบันแล้ว ก็ยังมีไอดอลอีกท่านคือ แพรี่พาย ซึ่งถูกนำมาอ้างเชิงเหน็บเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร สไตล์ของการนำเสนอจะเป็นแนวตลาดล่างหรือไฮโซ ก็ควรมองเจตนา และความตั้งใจให้ชัด ทุกอย่างที่ปรากฎย่อมตีความให้เป็นเรื่องของการตลาดได้ทั้งนั้น ฝ่ายหนึ่งเลือกแนวติดดิน อีกฝ่ายมีโปรดัคชั่นระดับสตูดิโอ แต่ท้ายที่สุด สิ่งที่ทำไปช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้นหรือไม่… สร้าง positive influence ตามที่ได้รับความนิยมว่าเป็น influencer หรือไม่

จะด่าใคร ด่าให้ถูกตัว ด่าคนที่แซะ ไม่ใช่คนที่ถูกนำมาใช้แซะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here