RESPECT (2021)

ช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา มีหนังแนว biopic ของนักร้องออกมามากมาย และในการนำเสนอภาพยนตร์ชีวประวัติ ผู้สร้างจะพยายามจะหาโฟกัสให้กับเรื่องราวของชีวิต มากกว่าที่จะเล่าเรื่องแบบ 1-2-3-4 ซึ่งบ่อยครั้งกลายเป็นพล็อตซ้ำๆ และไม่สามารถสื่อให้ผู้ชมรุ่นใหม่เข้าใจถึงความยิ่งใหญ่ของนักร้องระดับตำนานได้

ชื่อหนัง RESPECT เอามาจากเพลงฮิตของ อารีธา แฟรงคลิน (Aretha Franklin) ผู้มีฉายาว่า Queen of Soul หรือ First Lady of Soul ผู้ชมจำนวนหนึ่งคาดหวังว่าจะได้ชมเรื่องราวชีวิตของ อารีธา ตั้งแต่ต้นไปจนถึงจุดสูงสุดของอาชีพ จนถึงวันจากโลกนี้ไป แต่ RESPECT เสนอได้แค่ความหมายในชื่อหนัง คือการเรียกร้องศักดิ์ศรี และความเคารพ ที่ตัวละครขาดแคลนมาตั้งแต่วัยเด็ก จากการเลี้ยงดู และจากการที่ถูกข่มเหงมายาวนาน

ด้วยการเสนอดราม่าจากเหตุการณ์ชีวิตหลายช่วงวัย ทำให้ RESPECT มีความยาวถึง 2.25 ชั่วโมง

และดราม่าที่นำเสนอ ซ้ำซาก ยืดยาด และเล่าเรื่องราวของ อารีธา ไม่จบ

ไม่ว่าจะเป็นชีวประวัติของ Freddie Mercury, Elton John, Bessie Smith, Ma Rainy และ Billie Holiday การจะนำเสนอเรื่องในด้านมืดมัวหรือโศกนาฎกรรมของชีวิต ต้องถ่ายทอดให้ผู้ชมรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของศิลปินให้ได้ เมื่อนั้น จุดอ่อน ความผิดพลาด และโศกนาฏกรรมจึงจะมีความหมาย เรื่องราวใน Bohemian Rhapsody และ Rocket Man ทำให้ผู้ชมผูกพันกับเนื้อเรื่อง และมีอารมณ์ร่วมกับประสพการณ์ของตัวละคร เพราะเสนอให้ผู้ชมรับรู้ว่าตัวละครนำนั้นยิ่งใหญ่ เพราะคนสามัญทั่วไป จะตกที่นั่งลำบาก จนระทมทุกข์ จะมีปม ก็ไม่มีใครแคร์

อารีธา แฟรงคลิน จากโลกนี้ไปเมื่อปี 2018 ด้วยวัย 76 ปี เธอเริ่มมีอัลบั้มชุดแรกในปี 1961 เมื่ออายุเพียง 19 ปี และออกอัลบั้มตามมาอย่างน้อยปีละ 1 อัลบั้ม โดยร้องเพลงแนวสแตนดาร์ด แต่ไม่โด่งดัง จนถึงปี 1967 เมื่อเธอเปลี่ยนมาร้องเพลงโซล ที่แต่งขึ้นมาสำหรับเธอโดยเฉพาะ รวมกับเพลงที่แต่งโดยนักประพันธ์ร่วมสมัย สไตล์การร้อง พลัง และความคมคายในเชิงดนตรีของเธอจึงประจักษ์ชัด และส่งเธอทะยานยิ่งใหญ่ในระดับตำนานไร้เทียมทานในช่วงปี 1967 จนถึงช่วงกลางของยุค 70s

หนังรวบรัดตัดตอน ไม่เล่าให้ชัดว่าเธอยิ่งใหญ่ขึ้นมาอย่างไร เพลงไหน หรือผลงานชุดใด ทำให้เธอโด่งดัง หนังละเลย “ความเป็นไป” ของผลงานเช่น “I never loved a man”, “Aretha Arrives”, “Lady Soul”, “Aretha Now”, “Spirit in the Dark”, “To be young, gifted and black” และชุดอื่นๆ ที่ทำให้เธอดังข้ามโลก แต่จู่ๆ ก็นำเสนออารีธา ที่ดังแล้วอย่างฉับพลัน เปิดแสดงทัวร์ในยุโรป เสนอความเป็นศิลปินดัง ด้วยฉากคอนเสิร์ท จำลองภาพถ่ายที่เป็นไอคอน และภาพจากปกแผ่นเสียง โชว์แฟชั่นและทรงผมที่ติดตาคนรุ่น 70s กระตุ้นความรู้สึก nostalgia

การเล่าเรื่องราวใน RESPECT พยายามเล่าถึงพฤติกรรมในเชิงจิตวิทยาของอารีธา เพื่อจะนำไปสู่ความกล้าที่จะก้าวข้ามความกลัว และขอเรียกศักดิ์ศรีให้แก่เธอ RESPECT จึงหมายถึงการประกาศแทนสตรีเพศ – เพศที่ถูกผู้ชายกดขี่ พล็อตเรื่องให้เวลากับประเด็นนี้เต็มที่ ตามยุคสมัยปัจจุบันที่ต้องพูดถึงความเท่าเทียมเพิ่มเพิ่มราคา จนกลายเป็นวกวน

ความผูกพันกับ Martin Luther King และอุดมการณ์ทางการเมือง ถูกนำเข้ามารวมในพล็อต แต่ไม่ลงลึก หนังแนะนำให้รู้ว่าครอบครัวของอารีธาสนิทสนมกับ MLK อย่างแบนๆ ไร้มิติ เมื่อ MLK ถูกสังหาร ความโศกเศร้าอาลัยก็ถูกจับใส่วางตรงหน้าผู้ชม

เพราะดารานำ คือ Jennifer Hudson ผู้ชมก็มีความคาดหวังว่าจะได้ปลื้มไปกับเพลง แม้จะไม่ต้องการจำนวนเพลง แต่อย่างน้อย ภาพยนตร์มิวสิคัลต้องมี “เพลงหยุดโลก” (showstopper) ให้จดจำบ้าง หนังไฮไลท์เพลง “I Never Loved A Man” เพื่อบอกจุดเปลี่ยนแปลงในสไตล์ดนตรี แต่เพลงที่เป็นสร้างความนิยมให้กับอารีธาเช่น “Think”, “I Say A Little Prayer” และ “Spanish Harlem” เป็นเพียงเพลงที่ผ่านเข้ามาในเนื้อเรื่องเท่านั้น

หากคนเขียนเรื่องและเขียนบท ต้องการจะให้หนังเรื่องนี้เป็นอาหารทางอารมณ์ของผู้ที่เป็นแฟนเพลงของ Aretha Franklin การนำเนื้อเรื่องเพียง 1 ใน 3 มาเล่าให้ฟัง (โดยเหตุการณ์ทุกอย่างจบในปี 1972) ก็คือการเล่าเรื่องแบบเลิกกลางคัน ตำนานของอารีธา หลังจากปี 1972 นั้น ยังยิ่งใหญ่ต่อไป ทั้งเพลงฮิตเช่น “Until You Come Back To Me”, “Freeway of Love” (Grammy Winner), “I Knew You Were Waiting For Me” (with George Michael, No. 1 Billboard chart, Grammy Winner), อัลบั้ม Jump to It โปรดิวซ์โดย Luther Vandross และรางวัลแกรมมี่ 18 รางวัล มีผลงานได้รับการเสนอชื่อชิงแกรมมี่ 44 ครั้ง

หนังไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องราวชีวิตจนถึงวันตาย แต่อย่างน้อยควรจะเล่าให้ถึงจุดสูงสุดของชีวิต เล่าให้คนรุ่นหลังที่ไม่ได้โตมากับเพลงของ อารีธา ได้เข้าถึงความยิ่งใหญ่ของเธอ แล้วอยากไปขุดคุ้ยเพลงต่างๆ ของเธอมาฟัง เช่นที่คนรุ่นหลังอยากฟังเพลงของ Queen และ Elton John หรือคนฟัง ที่ชอบเพลงพ็อพ ร็อค อยากฟังเพลงของ Billie Holiday หลังจากได้ดูหนังเรื่อง Billie Holiday vs The United States

แต่คงไม่เป็นเช่นนั้นกับ RESPECT

Jennifer Hudson เป็นนักแสดงฝีมือดีมีออสการ์ยืนยัน อีกทั้งความสามารถทางการร้องเพลงไม่เป็นรองใคร ฮัดสันถ่ายทอดเพลงของ อารีธา โดยไม่เลียนเสียง แต่จับ “ทาง” ของการแบ่งวรรคและปรับเรียงตัวโน๊ตในแบบของอารีธาได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่คนที่คุ้นกับอารีธา แฟรงคลิน อาจจะไม่รู้สึกว่า นี่คืออารีธา แฟรงคลิน

ในช่วงเวลา สองชั่วโมงครึ่ง RESPECT ได้เนื้อเรื่องน้อยมาก หลายๆ ฉาก ควรจะเป็นฉากประทับใจได้ก็ไม่ทำให้ดี เช่นเมื่อได้ยินเพลงฮิตเพลงแรกอย่างคาดไม่ถึง และฉากที่เด็กหญิงอารีธา ร้องเพลงกับแม่

นักแสดงชั้นนำมากันเพียบ – Forest Whitaker, Audra McDonald ราชินีบรอดเวย์, Mary J. Blige, Heather Headley (Grammy & Tony winner),  Marlon Wayans และอีกมากมาย cast ระดับแนวหน้ามาร่วมกัน pay respect ให้กับ Queen of Soul อย่างสมเกียรติ แต่ผู้ที่ไม่รู้จัก Aretha Franklin มาก่อน คงไม่คิดว่านี่คือตำนานดนตรีที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ดนตรี


LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here